Posts

Showing posts from November, 2011

วิธีพูดถามภาษาอังกฤษเมื่อต้องการทราบว่าอะไรอยู่ที่ไหน

วิธีพูดถามภาษาอังกฤษเมื่อต้องการทราบว่าอะไรอยู่ที่ไหน สามารถพูดได้มากมายหลายแบบขึ้นอยู่กับว่าท่านต้องการทราบเกี่ยวกับอะไร และขึ้นอยู่กับการใช้รูปประโยคคำถามลักษณะใด การพูดถามในลักษณะนี้เช่นท่านอาจต้องการซื้อของบางอย่างแล้วไม่รู้ว่าจะไปหาซื้อได้ที่ไหน หรืออาจต้องการไปยังสถานที่ใดสถานที่หนึ่งแต่ไปไม่ถูกรวมทั้งอาจถามว่าคนนั้นคนนี้อยู่ที่ไหน เป็นต้น ดูตัวอย่าง วิธีพูดถามภาษาอังกฤษเมื่อต้องการทราบว่าอะไรอยู่ที่ไหน ได้ด้านล่างครับ วิธีพูดถามภาษาอังกฤษเมื่อต้องการทราบว่าอะไรอยู่ที่ไหน แบบที่หนึ่ง โจ: where can I get a novel book?   แวรฺ แคน ไอ เก็ท อะ โนเวล บุค? (ผมจะหาซื้อหนังสือนิยายได้ที่ไหนครับ?) พิม: You can get it at the bookshop in The Emporium department store. ยู แคน เก็ท อิท แอ็ท เดอะ บุคสช็อป อิน ดิ เอ็มโพเรียม ดีพารฺทเมนทฺ สโตรฺ (คุณสามารถหาซื้อได้ที่ร้านหนังสือในห้างดิเอ็มโพเรียมค่ะ) แบบที่สอง โจ: Do you know where I can get a cartoon book? ดู ยู โนวฺ แวรฺ ไอ แคน เก็ท อะ การ์ตูน บุค? (คุณรู้ไหมครับว่าจะซื้อหนังสือการ์ตูนได้ที่ไหนบ้าง?) พิม: Well, you

การพูดถามเป็นภาษาอังกฤษเมื่อสงสัยหรืออยากรู้จักตัวบุคคล?

การพูดถามเป็นภาษาอังกฤษเมื่อสงสััยหรืออยากทราบอยากรู้จักตัวบุคคลหรือใครสักคน  ซึ่งอาจจะเป็นไปในลักษณะที่ว่าท่านเผอิญเห็นคนๆหนึ่งขณะท่านอยู่กับเพื่อนของท่าน แล้วท่านสงสัยอยากรู้ว่าคนๆนั้นเป็นใครท่านจึงถามเพื่อนของท่าน ซึ่งบางทีเพื่อนของท่านอาจรู้จักหรือไม่รู้จักคนคนนั้นก็ได้ ถ้าเพื่อนของท่านรู้จักบุคคลดังกล่าวเขาก็อาจแนะนำให้ท่านรู้จักไปด้วย ประโยคคำถามลักษณะนี้ท่านสามารถถามได้มากมายหลายแบบในที่นี้ก็เป็นรูปแบบหนึ่งที่ท่านสามารถจำนำไปประยุกต์ใช้ให้เข้ากับสถานการได้ ดู การพูดถามเป็นภาษาอังกฤษเมื่อสงสัยหรืออยากทราบอยากรู้จักตัวบุคคลหรือใครสักคน ได้ด้านล่างครับ การพูดถามเป็นภาษาอังกฤษเมื่อสงสัยหรืออยากทราบอยากรู้จักตัวบุคคลหรือใครสักคน โดม : Well, John. Who is that girl?  เวล, จอหฺน ฮู อิซ แด็ท เกิรฺล? (เอ่อ จอห์น ผู้หญิงคนนั้นน่ะใครกัน?) จอหฺน: Oh. She is Joy  โอ ชี อิซ จอย (อ๋อ จอยนั่นเอง) โดม : I haven’t seen her before. Do you know her very well? ไอ แฮฟวึนทฺ ซีน เฮอรฺ บีฟอรฺ ดู ยู โนวฺ เฮอรฺ เวริ เวล? (ผมไม่เคยเจอเธอมาก่อนเลย คุณสนิทกับเธอหรือเปล่า?) จอหฺน: Oh! Ye

การพูดแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ

การพูดแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ ก็มีหลายแบบแตกต่างกันไปตามสถานการณ์ที่เราพูดแนะนำตัวว่าเป็นการแนะนำตัวที่ไหน เมื่อไหร่ และเพื่ออะไร เช่น การแนะนำตัวเมื่อรู้จักกันเป็นครั้งแรก การรู้จักกันเป็นครั้งแรกก็มีหลายแบบ เช่น การรู้จักด้วยตัวเองโดยไม่มีใครแนะนำ การรู้จักแบบนี้ เช่นเราเห็นชาวต่างชาติตามสถานที่ต่างๆแล้วเราเข้าไปทักทายแนะนำตัวกับเขาว่าเราเป็นใครมาจากไหน ทำอะไรหรือมีอาชีพ เป็นต้น การพูดแนะนำตัวเมื่อมีคนแนะนำให้เรารู้จักกับเพื่อนใหม่ นี่ก็เป็นอีกแบบหนึ่ง นอกจากนี้ก็ยังมี การพูดแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ ในลักษณะอื่นๆอีกมากมาย ในที่นี้จะพูดถึงการแนะนำตัวโดยไม่มีใครเป็นคนกลางแนะนำให้รู้จัก คือเวลาท่านไปตามสถานที่ท่องเที่ยวหรือที่ไหนๆก็แล้วแต่ที่มีชาวต่างชาติ แล้วอยากรู้จักหรืออยากคุยด้วยท่านก็ต้องเข้าไปแนะนำตัวกับเขาก่อนด้วยตัวท่านเอง ซึ่งการแนะนำตัวแบบนี้ก็มีรูปแบบไม่ตายตัวนัก แต่ในที่นี้จะกล่าวรวมๆซึ่งท่านอาจเอาไปประยุกต์ใช้ได้ ดูตัวอย่างด้านล่างครับ การพูดแนะนำตัวเป็นภาษาอังกฤษ แผน Hello! My name is Phaen. I am an office worker and live in Bangkok. What is your name and where a

การกล่าวลาในลักษณะต่างๆทั่วไปในภาษาอังกฤษ

นอกจาก การกล่าวลาเมื่อจากกันชั่วคราวและเมื่อต้องจากกันนานๆ แล้ว ยังมี การกล่าวลา ในลักษณะต่างๆทั่วไป เป็นภาษาอังกฤษ อีกมากมาย เช่น การกล่าวลาเมื่อจะถึงวันหยุดสุดสัปดาห์ การกล่าวลาหลังจากไปเยี่ยมผู้ป่วย การกล่าวลาเมื่องานเลี้ยงเลิก เป็นต้น และนอกจากการกล่าวคำว่า Goodbye= กุดไบ   หรือลาก่อนแล้ว  ท่านสามารถใช้ประโยคหรือคำพูดอื่นๆเพื่อกล่าวลาได้เช่นกัน ด้านล่างคือตัวอย่างการกล่าวลาภาษาอังกฤษในสถานการณ์ต่างๆเหล่านั้นครับ 1 การกล่าวลา หลังเลิกเรียนในวันศุกร์ จิม: Have a nice weekend.  แฮฟวฺ อะ ไนสฺ วีคเอ็นดฺ (ขอให้มีความสุขในวันหยุดนะ) พิม: Thanks and you too.  แฏงคฺส แอน ยู ทู (ขอบใจจ้ะ เธอก็เช่นกันนะ) 2 การกล่าวลาหลังจากเยี่ยมผู้ป่วยที่โรงพยาบาลเสร็จแล้ว ดิ๊ํก: Have a good rest. Take care of yourself. Hope you get well soon.  แฮฟวฺ อะ กุด เร็สทฺ เทค แครฺ อ็อฟ ยัวรฺเซลฟฺว โฮพ ยู เก็ท เวล ซูน (ผักผ่อนเยอะๆดูแลสุขภาพดีๆนะ เดี๋ยวก็หายแล้วล่ะ) โจ๊ก: Thank you for coming.  แฏงคฺ กิว ฟอรฺ คัมมิง (จ้ะ ขอบใจที่มาเยี่ยมนะ) 3 การกล่าวลาเจ้าภาพหลังจากงานเลี้ยงเลิก จอย:

การกล่าวคำลาเมื่อต้องจากกันนานๆในภาษาอังกฤษ

การกล่าวคำลาเมื่อต้องจากกันนานๆใน ภาษาอังกฤษ มีมากมายหลายแบบในที่นี้จะยกตัวอย่าง บางส่วน มาให้ดูเพื่อท่านจะได้นำไปประยุกต์ใช้ในสถานการณ์จริงหรือในชีวิตประจำวันของท่านได้ 1 เมื่อแจ็คไปส่งลูกชาย (เจมส์) ทีสนามบิน เจมสฺ : Thank you for coming. I will have to say goodbye now. แธงคฺ กิว ฟอรฺ คัมมิง ไอ วิล แฮฟวฺ ทู เซยฺ กุดบาย นาว (ขอบคุณที่มาส่งครับพ่อ ผมต้องไปแล้วล่ะ) แจ็ค : Take care of yourself. All the best. Goodbye.  เทค แครฺ อ็อฟ ยัวรฺเซลฟฺว ออล เดอะ เบสทฺ กุดบาย (ดูแลตัวเองนะลูก โชคดีนะ เดินทางปลอดภัยล่ะ ลาก่อน) 2 เมื่อจอยไปส่งจุ๋มที่สนามบิน ทั้งสองคนเป็นเพื่อนสนิทกัน จุ๋ม : I have to go now. Do write if you have time. Goodbye.  ไอ แฮฟวฺ ทู โก นาว ดู ไรทฺ อิฟ ยู แฮฟวฺ ไทมฺ กุดบาย (ฉันต้องไปแล้ว ถ้ามีเวลาเขียนจดหมายมาบ้างล่ะ ลาก่อนนะ) จอย : Yes, I will. Have a nice trip. Goodbye. เย็ส, ไอ วิล แฮฟวฺ อะ ไนสฺ ทริพ กุดบาย (จ้ะ เดินทางให้สนุกนะ ลาก่อนจ้ะ) นอกจากนี้ยังมีการพูดกล่าวลาเมื่อต้องจากกันนานๆในรูปแบบอื่นๆอีกมากมายเอาไว้ค่อยๆทยอยนำมาให้ท่านศึกษาเพื่อนำไปใ

Farewell การกล่าวลาในภาษาอังกฤษ

การกล่าวลา หรือ Farewell=แฟรฺเวล  ในภาษาอังกฤษ คือการพูดเมื่อต้องจากกันซึ่งมีทั้งแบบจากกันชั่วคราวและจากกันนานๆ ทั้งสองแบบมีความแตกต่างกันอยู่บ้าง โดยการกล่าวคำลาเมื่อต้องจากกันชั่วคราวหรืออาจจากกันเป็นเวลาสั้นๆแล้วต้องมาพบเจอะเจอกันอีก เช่น หลังเลิกงาน เลิกเรียน หรืออาจไปไหนมาไหนด้วยกันแล้วตอนกลับต่างคนต่างแยกย้ายกันกลับบ้านก็จะมีการกล่าวลากัน การกล่าวลาแบบนี้เป็นการกล่าวคำลาสั้นๆ ดู การกล่าวลาภาษาอังกฤษเมื่อจากกันชั่วคราว ได้ด้านล่างครับ กล่าวลาภาษาอังกฤษแบบสั้นๆซึ่งใช้เมื่อจากกันชั่วคราวในชีวิตประจำวัน 1 การกล่าวลาภาษาอังกฤษ หลังจากเลิกเรียน See you later.  ซี ยู เลทเทอะ (แล้วพบกันใหม่นะ) O.K. See you later. Bye.  โอ เค ซี ยู เลทเทอะ บาย (อืม แล้วเจอกัน ไปล่ะนะ) 2 การกล่าวลาภาษาอังกฤษ หลังจากสอบเสร็จ See you tomorrow. Goodbye. ซี ยู ทูมอรฺโรวฺฺ กุดบาย (ไปก่อนนะ พรุ่งนี้เจอกัน) Goodbye.  กุดบาย (จ้ะ ไปก่อน แล้วเจอกัน) 3 การกล่าวลาภาษาอังกฤษ หลังจากไปซื้อของด้วยกัน See you at some other time. ซี ยู แอ็ท ซัม อัทเธอะ ไทมฺ (แล้วพบกันใหม่นะ) Okay. See you

การพูดทักทายและการแนะนำให้รู้จักกันอย่างเป็นทางการในภาษาอังกฤษ

การพูดทักทายเมื่อได้รับการแนะนำให้รู้จักกันอย่างเป็นทางการในภาษาอังกฤษ จะเป็นการพูดประโยคสั้นๆที่มีรูปแบบเฉพาะ อย่างไรก็ตามผู้ที่เป็นคนแนะนำให้ทั้งสองคนรู้จักกันจะพูดประโยคแนะนำที่ยาวกว่าการแนะนำแบบไม่เป็นทางการ การพูดทักทายและการแนะนำให้รู้จักกันอย่างเป็นทางการในภาษาอังกฤษ ที่จะกล่าวถึงนี้ส่วนใหญ่ใช้กันในสำนักงานหรือในหน้าที่การงานหรือไม่ก็ในงานที่จัดขึ้นอย่างเป็นทางการอาจจะมีแขกเหรื่ือมาในงานมากมาย เช่นงานแต่งงาน งานที่หน่วยงานทางราชการจัดขึ้น หรือในสำนักงาน ในมหาวิทยาลัยและที่อื่นๆที่จัดขึ้นเป็นแบบทางการ ดูตัวอย่างบทสนทนาในเหตุการณ์ดังกล่าวได้ด้านล่างครับ การพูดทักทายและการแนะนำให้รู้จักกันอย่างเป็นทางการในภาษาอังกฤษ  Mr.  John แนะนำ Mr. Jack ให้รู้จักกับ Mr. Joe ที่สำนักงานแห่งหนึ่ง Mr. John: Mr. Jack, I’d like to introduce you to Mr. Joe. Mr. Joe, this is Mr. Jack.  มิสเตอรฺ แจ็ค, ไอดฺ ไลคฺ ทู อินโทรดิวสฺ ยู ทู มิสเตอรฺ โจ มิสเตอรฺ โจ, ดิส อิซ มิสเตอรฺ แจ็ค (คุณแจ็คครับผมอยากแนะนำให้คุณรู้จักกับคุณโจ คุณโจครับนี่คือคุณแจ็คครับ) Mr. Jack: How do you do?  ฮาว ดู

การทักทายเมื่อได้รับการแนะนำให้รู้จักกันเป็นภาษาอังกฤษ

การทักทายเมื่อได้รับการแนะนำให้รู้จักกันเป็นภาษาอังกฤษ จะใช้ เมื่อมีการแนะนำให้รู้จักกันโดยจะมี คำกล่าวทักทายแสดงถึงความดีใจ หรือประทับใจ ที่ได้รู้จักกับเพื่อนใหม่ เช่นเพื่อนของท่านอาจแนะนำให้ท่านรู้จักกับเพื่อนของเขาอีกคนหนึ่ง เมื่อเพื่อนของท่านได้แนะนำให้รู้จักกันแล้วท่านกับเพื่อนของเพื่อนท่านก็จะกล่าวทักทายซึ่งกันและกันด้วยประโยคสั้นๆง่ายๆแต่ได้ใจความและเป็น รูปแบบการทักทายเมื่อได้รับการแนะนำให้รู้จักกันในภาษาอังกฤษ ซึ่งก็มีทั้ ง การทักทายแบบที่เป็นกันเองหรือแบบไม่เป็นทางการ และ การทักทายแบบที่ใช้เป็นทางการ ที่ท่านสามารถจำและนำไปใช้ได้ดูตัวอย่างการทักทายในสถานการณ์์ดังกล่าวได้ด้านล่างครับ การทักทายเมื่อได้รับการแนะนำให้รู้จักกันเป็นภาษาอังกฤษ แบบทั่วไป ตัวอย่าง เช่น James เพื่อนของ John แนะนำให้ John รู้จักกับ Jan James : John, this is Jan from America.  จอหฺน, ดิซ อิซ แจน ฟรอม อเมริกา (จอห์น นี่แจนมาจากอเมริกา) John : Hi, nice to meet you.  ไฮ, ไนสฺ ทู มีท ยู (หวัดดีครับ ยินดีที่ได้รู้จักครับ) Jan : Hi, nice to meet you too.  ไฮ, ไนสฺ ทู มีท ยู ทู (หวั

Seasonal Greetings การทักทายตามฤดูกาลหรือเทศกาลต่างๆในภาษาอังกฤษ

ในภาษาอังกฤษนอกจากจะมีการทักทายกันตามปกติ ทั่วๆไป ทั้ง แบบเป็นทางการและแบบไม่เป็นทางการ หรือกับเพื่อนสนิทแล้ว ยังมี การทักทายกันตามฤดูกาลหรือเทศกาลต่างๆ หรือ  Seasonal Greetings=ซีเซอเนิล กรีทติงสฺ ด้วย  ซึ่งคนชาติอื่นเกือบทั่วโลกในปัจจุบันได้นำมาใช้ทักทายเช่นเดียวกัน ไม่ว่า จะเป็นวันสำคัญต่างๆ หรือเทศกาลต่างๆ เช่น วันขึ้นปีใหม่ New Year=นิว เยียรฺ  เทศกาล Easter=อีซเทอะ  หรือ Christmas=คริสทฺมาส การทักทายตามฤดูกาลหรือเทศกาลต่างๆ ในภาษาอังกฤษ เหล่านี้เป็นการพูดทักทายกันแบบง่ายๆสั้นๆไม่มีพิธีรีตองอะไรมาก ตัวอย่างเช่น ในเทศกาล Easter ที่มีขึ้นในวันที่ 1 มีนาคมของทุกปี เมื่อเจอกันก็จะมีการทักทายกันว่า Happy Easter=แฮปปิ อีสเทอรฺ (สุขสันต์วันอีสเทอร์)  ง่ายๆสั้น และจะตามด้วยชื่อคนที่ท่านทักทาย ดู คำทักทายตามฤดูกาลและเทศกาลต่างๆ ได้ด้านล่างครับ การทักทายตามฤดูกาลหรือเทศกาลต่างๆในภาษาอังกฤษ 1 ตัวคุณ   Happy Easter, Sam.  แฮปปิ อีสเทอรฺ, แซม (สุขสันต์วัน อีสเตอร์ แซม) คู่สนทนา Thanks. You, too.  แธงคฺส ยู, ทู (ขอบใจมาก ขอให้เธอมีความสุขเช่นกัน) 2 ตัวคุณ Happy new year, Jan

การพูดทักทายเพื่อนสนิทที่ไม่เจอกันมาระยะหนึ่ง

การพูดทักทายกับเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมาระยะหนึ่งในภาษาอังกฤษ มีลักษณะคล้ายกับการ พูดทักทายในชีวิตประจำวันแบบไม่เป็นทางการ เพียงแต่มีรายละเอียดในการถามไถ่ข่าวคราว สุขภาพ ความเป็นอยู่เพิ่มเข้ามา ท่านอาจนำการพูดทักทายในลักษณะนี้ไปใช้กับเพื่อนหรือคนรู้จักที่สนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี แต่จู่ๆเขาก็หายหน้าหายตาไปหลายวันหรือสักระยะหนึ่ง แล้วเผอิญมาเจอกันอีกที ซึ่งส่วนมากจะเป็นการพูดในลักษณะการถามไถ่ว่าเป็นอย่างไรบ้าง ไปทำอะไรมา หรือไปอยู่ที่ไหนมาไม่เห็นหน้าเสียนานอะไรประมาณนี้ ดูตัวอย่างบทสนทนาได้ด้านล่างครับ ตัวอย่างการพูดทักทายเพื่อนสนิทที่ไม่ได้เจอกันมาระยะหนึ่งในภาษาอังกฤษ ตัวคุณ Hi, Mike. I haven’t seen you for a long time. How are you feeling today?  ไฮ, ไมคฺ ไอ แฮฟวึนทฺ ซีน ยู ฟอรฺ อะ ลอง ไทมฺ ฮาว อารฺ ยู ฟีลลิง ทูเดยฺ? (อ้าว ไมค์ ไม่เจอกันเสียนาน เป็นอย่างไรบ้าง?) คู่สนทนา Not very well. I've got a terrible headache because I stayed up late last night.  น็อท เวริ เวล ไอฟฺว ก็อท อะ เทอเร็อเบิล เฮดเอ็กชฺ บีคอซ ไอ สเตดฺ อัพ เลท ลาสทฺ ไนทฺ (ไม่ค่อยสบายเท่าไหร่